วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
                ระบบสารสนเทศ  เป็นระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  ระบบสารสนเทศประกอบด้วย
                1.2.1  ฮาร์ดแวร์ (hardware)  หมายถึง  ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ  เช่น  คีย์บอร์ด  (keyboard)  เมาส์  (mouse)  จอภาพ (monitor)  จอภาพสัมผัส (touch  screen)  ปากกาแสง (ligh pen)  เครื่องอ่านรหัสแท่ง  (barcode  reader)  เครื่องพิมพ์ (printer)  ฮาร์ดดิสก์ (hard disk)  รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสำหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย  เช่น  โมเด็ม (modem)  และสายสัญญาณ
                1.2.2  ซอฟต์แวร์ (software)  หมายถึง  โปรแกรมหรือชุดคำสั่ง  (instruction)  ที่ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ  เพื่อให้ทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้  โดยทั่วไปโปรแกรม  หรือชุดคำสั่งจะถูกแบ่งออกเป็น  2  ประเภทใหญ่ ๆ  คือ
ซอฟต์แวร์ระบบ  (system  software)  หมายถึง  ชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์  และอุปกรณ์
ต่อพ่วงต่าง ๆ  และทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ระบบแบ่งออกเป็น
1)  ระบบปฏิบัติการ  (Operating  System:  OS)  เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์และซอฟแวร์ทั้งหมดภายในเครื่องคอมพิวเตอร์  ดังรูปที่  1.5  โดยจะทำหน้าที่ดูแลและจัดการให้ฮาร์แวร์และซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งอยู่ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ  ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ  เช่น  วินโดวศ์  (Windows)  ลีนุกซ์  (Linux)   และแมคโอเอส  (Mac  OS)
 2)  โปรแกรมอรรถประโยชน์  (utilities  program )  เป็นโปรแกรมที่ช่วยเสริมการทำงานของคอมพิวเตอร์  หรือช่วยโปรแกรมใช้งานอื่นๆ  ให้มีความสามารถใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น  เช่น  โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการข้อมูล (file manager)  โปรแกรมที่ใช้ในการสำรองและเรียกคืนข้อมูล (back and restore)  โปรแกรมที่ใช้ในการบีบอัดแฟ้มข้อมูล  (file  compression)  และโปรแกรมที่ใช้ในการจัดพื้นที่ของดิสก์ (disk  defragmenter)
3)  โปรแกรมขับอุปกรณ์  หรือดีไวซ์ไดรฟ์เวอร์ (device  driver)  เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให้้คอมพิวเตอร์์สามารถติดต่อหรือใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้
4)  โปรแกรมแปลภาษา  เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปลโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นรหัสที่อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถทำงานได้
ซอฟต์แวร์ประยุกต์  (application  software)  หมายถึง  ชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตาม
วัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง  ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนขึ้นโดยใช้โปรแกรม
ภาษาคอมพิวเตอร์  เช่น  เบสิก (Basic)  ปาสคาล  (Pascal)  โคบอล  (Cobol)  ซี  (C)  ซีพลัสพลัส (C++)  และจาวา (Java) ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งตามกลุ่มการใช้งานได้
1.2.3  ข้อมูล (data)  ข้อมูลจะถูกรวบรวมและป้อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์โดยผ่านอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้า  เช่น  คีย์บอร์ด  เมาส์  และสแกนเนอร์  (scanner)  ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการจัดเก็บที่เป็นระบบเพื่อการสืบค้นที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอยู่ในหน่วยความจำ  (memory unit)  ก่อนที่จะถูกย้ายไปเก็บที่หน่วยเก็บข้อมูล  (storage unit)  เช่น  ฮาร์ดดิสก์  และแผ่นซีดี  (Compact  Disc: CD)  การป้อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
 1.2.4  บุคลากร (people)  บุคลากรเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของระบบสารสนเทศ  ในที่นี้หมายถึงบุคลากรที่เป็นผู้ใช้ระบบสารสนเทศ  ดังรูปที่ 1.11  บุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ  จะต้องมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพให้สามารถทำงานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ใช้ง่ายและสะดวก  ส่วนผู้ใช้ต้องมีความรู้  ความเข้าใจ  และมีความสามารถในการใช้งานระบบสารสนเทศและการสื่อสารต่างๆ  ได้อย่างถูกต้องจึงจะเกิดสารสนเทศที่เป็นประโยชน์
 1.2.5  ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (procedure)  ระบบสารสนเทศต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นลำดับขั้นชัดเจน  เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่าย  และดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน  เช่น  ขั้นตอนการบันทึกข้อมูล  ขั้นตอนการทำสำเนาข้อมูล  ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อข้อมูลได้รับความเสียหาย  หรือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์  และอุปกรณ์ต่างๆ  เกิดการชำรุดเสียหาย  ขั้นตอนต่างๆ  เหล่านี้ควรได้รับการรวบรวมและจัดทำให้เป็นรูปเล่ม  ของคู่มือการใช้งาน
องค์กรต่าง ๆ  มีการลงทุนจำนวนมากในการจัดหาระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำมาช่วยงานทั้งด้านการบริหารและ
การจัดการงานทั่วไป ขององค์กร  โดยเน้นที่คุณภาพของระบบสารสนเทศและความคุ้มค่าในการลงทุน  การใช้ระบบ
สารสนเทศจะเริ่มจากการนำข้อมูลป้อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์  ระบบคอมพิวเตอร์จะทำการประมวลผลข้อมูลเหล่านั้น  แล้วจึงส่งผลลัพธ์ออกมาให้กับผู้ใช้  ผู้ใช้ระบบสารสนเทศจะนำสารสนเทศนั้นไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการทำ
กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง  หากผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์  ก็จะต้องย้อนมาพิจารณา
เริ่มต้นที่ขั้นตอนการป้อนข้อมูลใหม่อีกครั้งว่า  ข้อมูลเข้า  และขั้นตอนอื่นๆ  มีความถูกต้อง  สมบูรณ์หรือไม่
1.3  ประโยชน์และตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของคนมีส่วนทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากขึ้น  ทำให้คนในสังคมมีการติดต่อสื่อสารถึงกันได้ง่ายและรวดร็ว  มีการทำกิจกรรมหลายสิ่งหลายอย่างรวมกันง่ายขึ้น  การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่าง ๆ  เช่น
1.3.1  ด้านการศึกษา
1.3.2  ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
1.3.3  ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม
1.3.4  ด้านการเงินการธนาคาร
1.3.5  ด้านความมั่นคง
1.3.6  ด้านการคมนาคม
1.3.7  ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม
1.3.8  ด้านการพาณิชย์
1.4  แนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1.4.1  ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เมื่อพิจารณาเครือข่ายการสื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึงปัจจุบัน  เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสือสารแบบพกพา
มากขึ้นเรื่อยๆ  เริ่มจากวิทยุเรียกตัว (pager)  ซึ่งเป็นเครื่องรับข้อความ  มาเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่  อุปกรณ์สื่อสาร
ชนิดนี้ได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานด้านอื่นๆ ได้  นอกจากการพูดคุยธรรมดา  โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่สามารถใช้ถ่ายรูป  ฟังเพลง  ฟังวิทยุ  ดูโทรทัศน์  บันทึกข้อมูลสั้นๆ  บางรุ่นมีลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคล (Personal Digital  Assistant: PDA)  ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้  อีกทั้งยังมีหน้าจอแบบสัมผัส  ทำให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น  บางรุ่นมีอุปกรณ์สไตลัส (stylus)  คือใช้ปากกาป้อนข้อมูลทางหน้าจอ  บางรุ่นสามารถสั่งการได้ด้วยเสียง
1.4.2  ด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมักเป็นระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อตรงเพียงชุดเดียว  (stand alone)
ต่อมามีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร  เพื่อทำให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน  หรือใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน  จนเกิดเป็นระบบรับ  - ให้บริการ (client-server system)   โดยมีเครื่องให้บริการ (server)  และเครื่องรับบริการ (client)
การให้บริการบนเว็บก็นำหลักการของระบบรับ-ให้บริการมาใช้ช่วยให้การทำงานง่าย สะดวก รวดเร็ว  เพราะสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้โดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ต  โดยมีเว็บเซิร์ฟเวอร์ (webserver)  เป็นเครื่องให้บริการ
 1.4.3  ด้านเทคโลยี  ระบบทำงานอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจได้เองจะเข้ามาแทนที่ได้มากขึ้น  เช่น  ระบบแนะนำเส้นทางจราจร  ระบบจอดรถ  ระบบตรวจหาตำแหน่งของวัตถุ  ระบบควบคุมความปลอดภัยภายในอาคาร
1.5  ความเปลี่ยนแปลงจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
 ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว  เพื่อสนองความต้องการด้านต่างๆ  ของผู้ใช้ในปัจจุบันซึ่งมีจำนวนผูใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั่วโลกประมาณพันล้านคน  และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี  ผู้ใช้สามารถใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้ทุกที่  ทุกเวลา  จึงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ  ทั้งที่เกิดประโยชน์และ โทษ  เช่น 
1)  ด้านสังคม
2)  ด้านเศรษฐกิจ
3)  ด้านสิ่งแวดล้อม
1.6 ตัวอย่างอาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ตลาดแรงงานต้องการผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างแท้จริง  ซึ่งงาน ด้านนี้ จะรวมถึง  งานด้านการออกแบบโปรแกรมต่าง ๆ  โปรแกรมใช้งานบนเว็บงานด้านการเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์  งานด้านฐานข้อมูล  งานด้านระบบเครือข่าย  ดังนั้นองค์กรจึงมีความต้องการบุคลากรที่มีความรู้  ความสามารถในการ
บริหารจัดการ  และพัฒนาซอฟแวร์เพื่อใช้งานด้านต่างๆ  ขององค์กร  ตัวอย่างอาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร  เช่น
                นักเขียนโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์  (Programmer) 
ทำหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ  เช่นโปรแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า  โปรแกรมที่ใช้กับงานด้านบัญชี  หรือโปรแกรมที่ใช้กับระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร
                นักวิเคราะห์ระบบ  (System  analyst) 
ทำหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์  และพัฒนาระบบสารสนเทศ  นักวิเคราะห์ระบบจะทำการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบ
ระบบสารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน  ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย
                ผู้ดูแลและบริหารฐานข้อมูล  (database  administrator) 
ทำหน้าที่บริหารและจัดการฐานข้อมูล  (database )  รวมถึงการออกแบบ  บำรุงรักษาข้อมูล  และการดูแลระบบความปลอดภัยของฐานข้อมูล  เช่น  การกำหนดบัญชีผู้ใช้การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้
                ผู้ดูแลและบริหารระบบ (system  administrator)                 ทำหน้าที่บริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร  โดยดูแลการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบปฏิบัติการ  การติดตั้งฮาร์ดแวร์  การติดตั้งและการปรับปรุงซอฟต์แวร์  สร้าง  ออกแบบและบำรุงรักษาบัญชีผู้ใช้  สำหรับองค์กรขนาดเล็กเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาจต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายด้วย
                ผู้ดูแลและบริหารระบบเครือข่าย (network  administration)  ทำหน้าที่บริหารและจัดการออกแบบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์  และดูแลรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่าย
ขององค์กร  เช่น  ตรวจสอบการใช้งานเครือข่ายของพนักงานและติดตั้งโปรแกรมป้องกันผู้บุกรุกเครือข่าย
                ผู้พัฒนาและบริหารระบบเว็บไซต์ (webmaster)
ทำหน้าที่ออกแบบพัฒนา  ปรับปรุงและบำรุงรักษาเว็บไซต์ให้มีความทันสมัย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีการปรับปรุง ข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
                เจ้าหน้าที่เทคนิค (technician)
ทำหน้าที่ซ่อมบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์  ติดตั้งโปรแกรม  หรือติดตั้งฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ  และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดจาก การใช้งานอุปกรณืคอมพิวเตอร์ในองค์กร
                นักเขียนเกม  (game maker) 
ทำหน้าที่เขียนหรือพัฒนาโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์  ในปัจจุบันนี้การเขียนเกมคอมพิวเตอร์  เป็นอาชีพที่ได้รับความนิยม อย่างสูงในประเทศไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น